15 พฤษภาคม 2555

Internship, DAY 17

คำเตือน: บล็อกตอนนี้ยาวมาก

วันนี้มาจากบ้าน แทนที่จะมาจากหอ แถมกะเวลาพลาด เพราะนอกจากจะเป็นวันเปิดเทอมของเด็กมัธยมวันแรกแล้ว ยังเป็นวันสอบสัมภาษณ์ของเด็กปี 1 อีกต่างหาก ไปถึงออฟฟิศ 10 โมงครึ่ง เข้าไปถึง...

ไม่มีใครด่าซักกะคน 5555

วันนี้อารมณ์ดีขึ้นหน่อย เพราะไม่ได้จมอยู่แต่กับโค้ดแล้ว มีคอมพิวเตอร์เก่าๆโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้เป็น 10 เครื่อง เหมือนจะเคยเป็นคอมจากร้านเน็ตมาก่อน เพราะนอกจากคอมแล้ว ยังมีเก้าอี้ โต๊ะ โผล่มาในออฟฟิศเต็มไปหมด

เรากับเพื่อนได้เช็คคอมแต่ละตัวว่าตัวไหนบึ้ม ตัวไหนไม่บึ้มก็จับลง windows ใหม่ แต่เอาเข้าจริงทั้งวันก็ลงแค่เครื่องเดียว กว่าจะแงะ เอาตัวอ่าน CD จากเครื่องนึงเอาใช้แทนอีกเครื่องที่บรึ้มไป CD ลงวินโดว์บางแผ่นก็บึ้ม ทำให้ไม่รู้ว่าตกลงลงวินโดว์ไม่ได้เพราะ CD หรือเครื่องอ่านกันแน่ (สรุปคือ ทั้งสองอย่างนั่นแหละ กำ = =)

สภาพเครื่องที่ต้องเอาตัวอ่าน CD จากเครื่องอื่นมาใช้แทน


ที่เหลือพี่เค้าบอกให้ Ghost เอาพรุ่งนี้ (เราตื่นเต้นมาก เพราะไม่เคยทำไรยังงี้มาก่อน แต่เพื่อนบอกว่า ก็แค่ บลาๆๆๆๆๆๆๆ จบกัน รู้สึกว่าตัวเองโง่มาก)

เพื่อนจัดการลง windows ซึ่งกินเวลา Format ยาวนานสามล้านปี เสร็จแล้วเราก็มานั่งลง Antivirus ต่อ พี่เค้าให้ใช้ของ avg ต้องลงตัวออฟไลน์ด้วยนะ ตอนแรกลงตัวออนไลน์ไป ไม่ได้ต่อสายแลน พี่เค้าไม่ยอมให้ต่อตอนที่ลงใหม่ๆ กลัวมีปัญหา ก็เลยต้องเอา avg ตัวออฟไลน์มาลงแทน แล้วก็ลงน้องแพนด้าด้วย

และก็ลง Nvidia Driver ซึ่งแผ่นที่พี่เค้ามีอยู่เดิมนั้นใช้บ่ได้ คนละรุ่นกัน เช็คใน DirectX Diagnostic Tools ก็ขึ้นว่า N/A ก็เลยต้องไปเช็คที่เลขรหัสไรซักอย่าง เนื่องจากโน้ตบุ๊กที่พิมพ์อยู่เป็น 7 เมนูอะไรหลายอย่างก็ต่างกัน ทำให้ลืมไปแล้วว่าเช็คยังไง เอาเป็นว่าได้รหัสก้อนควายๆมาเช็คได้ว่าการ์ดจอเรารุ่นอะไรกันแน่ แล้วก็โหลดจากเครื่องเราเนี่ยแหละ ก๊อปใส่ Flash Drive ไปลงเครื่องพี่เค้า ไอวิธีการเช็คแบบนั้นก็ถือเป็นความรู้ใหม่อย่างหนึ่ง

เสร็จแล้วก็ลง Driver ต่อ (จริงๆคิดว่าเพื่อนลงไปแล้ว ปรากฎว่ามันยังไม่ลง) เนื่องจากว่าต้องลง XP เนื่องจากสภาพเครื่องค่อนข้างเก่าพอควร ทำให้ต้องมาระลึกความหลังการลง Driver เรียงตามลำดับ โชคดีที่พี่ต้องม่โฟลเดอร์เรียงตามลำดับให้เรียบร้อย ฟิ่ว~~

แต่ยังเห็นเครื่องหมายต๊กกะใจสีเหลืองๆโผล่มาตรง Device Manager อยู่เลย ก็งงเหมือนกัน เพราะมันเป็นส่วน Audio และ Realtek ก็ใช้ได้ตามปกติแล้วด้วย อุตส่าห์เอาหูฟังอันเท่าบ้านมาเช็คเสียงให้เลยนะ พอดีพี่ต้องกลับไปแล้วตอนนั้น ก็เลยดองบั๊กไว้ก่อน Assume ว่าใช้ได้แล้ว


ส่วนระหว่างขั้นตอนการลงวินโดว์ ลงไดร์เวอร์อันแสนยาวนาน เราก็หนีไปเล่นทราเวียน เอ๊ย เออนั่นแหละ เล่นด้วยทำงานไปด้วย ทำ CSS ของตารางให้มัน fix ซักหน่อย แต่มันก็ fix ได้แค่ระดับนึง ยังขยับบ้างนิดหน่อย แต่ก็ดีกว่าตอนแรกที่ดูยืดขยายตามข้อมูลมากเกินไป พยายามหาวิธีจนขี้เกียจหาก็เลยค่อยๆไล่แกะบั๊ก Highlight Auto-Complete ทีละนิดอย่างใจเย็น (ใช้เวลาสงบสติอารมณ์กับบั๊กนานมาก สังเกตจากการโวยวายในบล็อกก่อนๆ) สุดท้ายก็ค้นพบว่า บั๊กมันอยู่ที่ไฟล์ที่ชื่อ reset.css ซึ่งสามารถหาโหลดได้ง่ายๆ มีไว้ reset CSS ให้เกลี้ยงเกลา จะได้เอาไปเขียนใหม่ต่อได้ง่ายๆ


โค้ดส่วนที่ต้องแก้ไขใน reset.css


  1. html, body, div, span, applet, object, iframe,
  2. h1, h2, h3, h4, h5, h6, p, blockquote, pre,
  3. a, abbr, acronym, address, big, cite, code,
  4. del, dfn, em, img, ins, kbd, q, s, samp,
  5. small, strike, strong, sub, sup, tt, var,
  6. center,
  7. dl, dt, dd, ol, ul, li,
  8. fieldset, form, label, legend,
  9. table, caption, tbody, tfoot, thead, tr, th, td,
  10. article, aside, canvas, details, embed,
  11. figure, figcaption, footer, header, hgroup,
  12. menu, nav, output, ruby, section, summary,
  13. time, mark, audio, video {
  14.     margin: 0;
  15.     padding: 0;
  16.     border: 0;
  17.     font-size: 100%;
  18.     font: inherit;
  19.     vertical-align: baseline;
  20. }



วิธีแก้ไขก็ไม่ยาก สังเกตเห็นว่าจะไม่มีประเภท b,i,u อยู่ในนั้น เพราะเราลบออกไปหมดแล้ว การที่ไปเซ็ตค่า b ใหม่ทำให้มันไม่ยอมแสดงตัวหนา เลยทำให้พาลไฮไลท์ไม่ได้ไปด้วย พอเอาออกแล้วก็ไฮไลท์ได้ทันที ดีใจน้ำตาร่วง เอาออกแค่นิดเดียวเอง นึกว่าโค้ดมันตีกันจนบึ้มไปแล้วซะอีก


script ที่ทำ Auto-Complete และทำให้มัน Highlight ได้ด้วย ใส่ไว้ในส่วน Header

ขอขอบคุณเว็บนี้ ที่ทำให้เราทำได้ จริงๆแยกกันก็ทำได้ พอรวมกันเจอ reset.css เข้าไป บึ้มเลย


  1. <script type="text/javascript">
  2.    
  3. $(function() {
  4.  
  5.             $( "#tags" ).autocomplete({
  6.                         source: "for_auto.php",
  7.                         minLength: 2,
  8.                         delay: 0
  9.             })
  10.             ;
  11. });
  12.  
  13. //makes jQuery autocomplete highlight properly
  14. //via http://stackoverflow.com/questions/3695184/jquery-autocomplete-highlighting
  15. $.ui.autocomplete.prototype._renderItem = function( ul, item){
  16. var term = this.term.split(' ').join('|');
  17. var re = new RegExp("(" + term + ")", "gi") ;
  18. var t = item.label.replace(re,"$1");             //$1
  19. return $( "
  20. )
  • .data( "item.autocomplete", item )
  • .append( "" + t + ")
  • .appendTo( ul );
  • };
  •  
  • function jQueryUIAutoCompleteMustMatch(input) {
  •             var found = 0;
  •            
  •             var matcher = new RegExp( "^" + $.ui.autocomplete.escapeRegex( jQuery.trim($(input).val()) ) + "$", "i" );
  •            
  •             jQuery.each($('.ui-autocomplete li'), function(i, val) {
  •                         if(jQuery.trim( $(val).text() ).match( matcher ) ) {
  •                                     found = 1;
  •                         }
  •             });
  •            
  •             if (found) {
  •                         return true;
  •             } else {
  •                         $(input).val('');
  •                         return false;
  •             }
  • }
  • script>



  • เสร็จแล้วก็จะได้ออกมาแบบนี้


    ให้พี่ต้องดู พี่ต้องบอกว่าไม่ค่อยชัด อยากให้ Highlight เป็นสีๆไปเลยมากกว่า ซึ่งลองแก้โค้ดเบื้องต้นแล้วไม่สามารถยัดความสามารถอื่นใดนอกจาก b,u,i ลงไปได้ ลองท่าอื่น Auto-Complete บึ้มทันที

    ส่วนบั๊ก IE ที่เคยพูดถึงในบล็อกคราวทีแล้ว พี่ต้องบอกว่าน่าจะเกิดจากเจ้า Ajaxpage นั่นแหละ ซึ่งเราว่า Ajaxpage อะ ไม่มีปัญหาหรอก เพราะมันก็แสดงส่วน linklist 77 จังหวัดได้สวยงาม

    IE ต่างหากที่มีปัญหา

    พี่เค้าบอกว่า...

    เขียนใหม่เถอะน้อง

    Orz



    13 พฤษภาคม 2555

    ประวัติน้ำหนักของข้าพเจ้า และ วิธีควบคุมน้ำหนักเบื้องต้น (แบบไม่รู้ตัว)

    ช่วงนี้ได้อ่านกระทู้เกี่ยวกับเรื่องอ้วนๆบ่อย เห็นหลายคนบ่นว่าอ้วน (ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้อ้วนเล้ย) หรือการลดน้ำหนักขั้นเทพของหลายๆคน ก็โอเค มันก็ดีนะ แต่เราสงสัยไง สงสัยว่าตัวเองก็กินไม่ใช่น้อยๆนะ ทำไมมันผอมจังฟะ คือแบบ ถ้ากินน้อยๆซัก 2-3 วัน (เช่น กินข้าวแค่มื้อละจาน ไม่มีขนมอะไรเลย)

    น้ำหนักจะลงไปอย่างน้อย 1 กิโลแน่ๆ TwT

    มาดูประวัติน้ำหนักของข้าพเจ้าดีกว่า

    แรกเกิด - ประถมต้น: แรกเกิดก็ตัวเล็กๆ หนักแค่ 2.5 โลเอง แม่บอกว่าเลี้ยงยาก กินยากมาก ต้องงัดกลวิธีต่างๆนานา เช่น เอาไข่แดงสุกผสมนมให้ดื่ม และเป็นเด็กเกลียดผักขั้นเทพ ปนในอาหารนิดเดียวก็เอาออกจากปากหมด เทพป่ะล่ะ พอเข้าวัยเรียน ก็ยังกินน้อย กินยากอยู่ดี

    ประถมปลาย - ม.ต้น: ตอนนี้เริ่มอวบ น้ำหนักกำลังพุ่งเลย เริ่มกินไม่เลือก โดยเฉพาะช็อกโกแลตนี่โปรดมาก มีดองไว้เต็มตู้เย็น กินเรื่อยๆไม่ขาดปาก คนอื่นๆเห็นก็คงมองว่าปกติอะ แต่อยู่บ้านโดนด่าไออ้วนตลอด TwT ตอนนั้นน้ำหนักพุ่งสูงสุดน่าจะประมาณ 48 กิโลมั้ง แต่อยู่โรงเรียนใส่เสื้อหลวมโคตร พลางหุ่น ฮ่าๆ

    ม.ปลาย: น้ำหนักจะอยู่ที่ช่วง 46-48 กิโล ใส่เสื้อหลวมเหมือนเดิม ไม่มีใครดูออกอยู่ดี แต่ก็มีเพื่อนคนนึงอุตส่าห์ด่าว่าอ้วนประจำ แต่ก็ไม่สนใจนะ เพราะน้ำหนักกะส่วนสูงมันสัมพันธ์กันพอดี แล้วก็โตขึ้นด้วย น้ำหนักเยอะแต่กระดูกมันก็โตตาม ไม่เป็นไรหรอก ฮี่ๆ

    ตอนนั้นไม่รู้เลยว่า พอขึ้นมหา'ลัย มันจะยังผอมลงไปได้อีก อย่างไม่น่าเชื่อ o_O

    มหา'ลัย: ขึ้นมาปี 1 ก็ทำพิษเลยคับ เนื่องจากพฤติกรรมการกินมันเปลี่ยนอย่างรุนแรง ไปกินข้าวตามเพื่อน คนเยอะๆ สั่งเบิ้ลก็ไม่ค่อยได้ ไม่อยากให้เพื่อนรอ เสาร์อาทิตย์ไม่มีเรียนพิเศษอีกแล้ว ไม่ได้กินเล่นเหมือนเคย น้ำหนักลงไปอยู่ที่ 44 กิโลแบบงงๆ (เท่ากับตอนอยู่ ม.1 เลยอะ!) เอ่อ แสดงว่าที่เค้าด่าว่าอ้วนๆกันเนี่ย สงสัยจะจริงแฮะ 555

    ปล. น้ำหนักช่วง 45-47 กิโล จะไม่ค่อยมีคนเห็นความต่างเท่าไหร่ ฉะนั้นเลย prefer 47 กิโล 5555

    แต่หลังจากนั้นไม่นาน ก็เริ่มไปทัวร์กินกับเพื่อนๆ น้ำหนักก็กลับมาขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 46-47 อะ แล้วก็กลับมาหนักโคตรๆ ตอนไปอเมริกา เนื่องจากโดนน้าสาวกับน้าเขยขุนเป็นอย่างดี กินหรู 3 มื้อ แต่ล่ะมื้อใหญ่มวากกกก ขึ้นมาหนัก 49 กิโล เกือบๆ 50 แหนะ

    อ่อ ไม่ต้องสงสัย ไม่เคยขึ้นถึง 50 อยู่แล้ว ได้แค่นี้แหละ

    แล้วน้ำหนักก็อยู่ในเกณฑ์เหมือนตอนอยู่ ม.ปลายพักนึง หนักสุดๆช่วงนั้นก็คือ 48.9 กิโล (ยังอุตส่าห์ .9 แต่มันเป็นงั้นจริงๆ) เคยชั่งน้ำหนักให้เพื่อนดู ดูเพื่อนๆจะไม่ค่อยเชื่อ คิดว่าเราหนัก 45 กัน กำ = =" ตั้งแต่อยู่มหา'ลัยมานี่แปลกมาก คือไม่ว่าจะหนักกี่โลคนก็จะทักว่าผอม = =a บางทีน้ำหนักขึ้นตั้งเยอะ ก็โดนทักว่าผอม เอ้อวว ทำตัวไม่ถูกนะฮับ

    หลายคนบ่นๆว่าอ้วนกัน จริงๆมันอาจจะแค่ไม่เฟิร์มเฉยๆรึเปล่า คือบางครั้งลดน้ำหนักก็ไม่ช่วยอะไรนะ อย่างเราน้ำหนักน้อยจะแย่ ยังรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนเกินเลย ฮ่าๆ กล่าวคือ ไม่ค่อยได้ออกกำลัง กล้ามเนื้อมันเริ่่มย้วยแล้ว จะบ้าตาย

    แต่เรื่องออกกำลัง เก็บลงกรุไปก่อน เนื่องจากเจ้าของบล็อกเองก็ใช้วิธีแค่เดินไปเรียน = ออกกำลัง 555 ส่วนเรื่องสารอาหารที่กินไปในแต่ละมื้อ ต้องใช้วิจารณญาณพิจารณาในแต่ละคนด้วย เพราะเราเลือดค่อนข้างจางอะ มันต้องกินเสริมเยอะกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว และเป็นคนที่เผาพลาญดีมาก วันไหนอากาศร้อนๆอาบน้ำแค่เดินออกมาสองสามก้าว เหงื่อเต็มหลังแล้ว = ="



    ดูวิธีการควบคุมน้ำหนักแบบไม่รู้ตัวของข้าพเจ้ากันดีกว่า

    • ข้าว หรือพวกอาหารจำพวกแป้งสำคัญมาก ปกติเป็นคนกินข้าวน้อย อัตราส่วนข้าว:กับ นี่คือประมาณ 1:2 เลย เพราะแม่สอนมาดี แม่บอกว่า เข้าร้านอาหารให้กินกับเยอะๆ อย่ากินแต่ข้าว ไม่คุ้ม  (ตอนนั้นมีคนจ่ายให้) 555
    • อย่าตะกละ กินพออิ่ม หิวก็กิน กินไปเหอะ อยากกินอะไรก็กิน ให้อิ่มพอดี ถ้าไม่ใช่บุฟเฟต์อย่ายัด! (ถ้าบุฟเฟต์ก็อีกเรื่องนะ แต่อย่าไปกินบ่อยล่ะ) ถ้าอยู่บ้านใช้พลังงานน้อยๆ ก็จะกินน้อยมากจนแม่งง แต่ไม่รู้จะกินไปทำไมเยอะๆนี่นา ไม่ใช่บุฟเฟต์ซะหน่อย 555
    • รักษาสมดุล อันนี้ก็สำคัญ เช่น มื้อก่อน บุฟเฟต์ซะเต็มคราบ อีกมื้อก็ไม่ควรจัดหนักแล้ว ปกติเราจะอิ่มจนกินมื้อต่อไปไม่ไหวด้วยซ้ำ แต่ถ้าหิวจริงๆก็กินของเบาๆแทน เพราะถึงหิวยังไงก็รู้สึกอึดอัดอะ ต่อให้อาหารย่อยแล้ว แต่มันยังค้างอยู่ในลำไส้นะ o_O หรือถ้าวันไหนเผลอตัวกินพวกเครื่องดื่มแก้วใหญ่ๆอารมณ์ประมาณ Starbuck ก็ตีซะว่ามันเป็นข้าวจานนึงไปซะ หิวอีกทีค่อยกิน (แต่ปกติเผลอกินหลังอาหารตลอด ก็เลยอดมื้อถัดไปแทน ถ้าไม่หิวนะ ^^)
    • กินขนมน้อย ขนมจำพวกเบเกอรี่ เค้ก ทั้งหลายแหล่ ตัวดีเลย ที่ยกตัวอย่างเจ้าพวกนี้มาเพราะทั้งแป้ง ทั้งน้ำตาล เพียบ แต่ความจริงคือเราไม่ค่อยชอบกินต่างหาก 555 (ยกเว้นเค้กที่อร่อย เนื้อเนียนๆ อันนี้ชอบ แต่ไม่ได้คลั่งไคล้ เพื่อนชวนไปก็กิน ไม่มีคนชวนก็ไม่กินอะ แต่เบเกอรี่นี่ถ้ากินก็คือกินแทนข้าวเลย)
      ชอบกินช็อกโกแลต ไอติม มันฝรั่งทอดมากกว่า แต่มันฝรั่งนี่ก็พยายามลดอยู่ เพราะมีแต่สารก่อมะเร็งทั้งนั้น ตั้งแต่พยายามงดพวกมันฝรั่งทอด น้ำหนักลงมาที่ 45 กิโล และทุกวันนี้ก็ยังกู้ไม่ขึ้น แล้วก็ ขนมพวกนี้ กินแต่พองามนะ สมัยเด็กๆเรากินช็อกโกแลตแทนข้าวเลย สมัยนั้นบวมฉุตัวกลมเลยทีเดียว ดีว่าไวกำลังโต ไม่ค่อยมีคนว่ามาก
    • กินเผ็ด อาหารเผ็ดช่วยเผาพลาญดีนะ แต่นี่เป็นแค่ออปชั่นเล็กๆ สำหรับคนที่กินเผ็ดได้ ปกติกินเผ็ดได้ระดับนึง แต่หลังๆเป็นโรคกระเพาะ ก็เลยลดลงไปเยอะเลย น่าเสียดายอาหารเผ็ดๆเหมือนกัน

    คร่าวๆก็มีแค่นี้แหละ แต่เราค่อนข้างโชคดีตรงที่กรรมพันธุ์ไม่อ้วนมาตั้งแต่รุ่นยาย เผาพลาญดี น้ำหนักก็เลยไม่แกว่งมาก บวกกับที่บ้านทำกับข้าวกินเองด้วย ก็เลยได้กินแต่ของมีประโยชน์ ปลาผักเน้นๆ ความจริงอยากได้น้ำหนักเพิ่มนะ แต่ดูท่าทางคงต้องใช้วิธีออกกำลังกายแล้วอะ

    เห้อ~